ผ่อนใจคลายเครียด


หลักการและเหตุผล
    สังคมปัจจุบันเป็นสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยความชลมุวุ่นวาย ในชีวิตประจำวันจึงมีแต่ความสับสน เร่งรีบ ส่งผลทำให้เกิดความเครียด แต่ในความสามารถของบุคคลที่จะจัดการความเครียดนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะความสามารถขึ้นอยู่กับการพัฒนาตนเองเพื่อปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ ความเครียดของบุคคลจึงยังมีให้พบอยู่ได้ในชีวิตประจำวัน การฝึกสมาธิโดยการฝึกหายใจ โดยเฉพาะการหายใจอย่างช้าๆ จึงเป็นเทคนิคการเชื่อมทางด้านร่างกายและจิตใจให้เข้าหากัน ทำให้เกิดกระบวน การจัดระบบการทำงานของระบบประสาทและสมองส่วนต่างๆ ทำให้เกิดสมาธิ  ดังนั้นการฝึกสมาธิโดยการหายใจช้าจึงเป็นเทคนิคหนึ่งซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความเครียด เนื่องจากจะทำให้มีสติ เกิดปัญญา และเมื่อปฏิบัติเป็นประจำจะส่งผลทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี
ด้วยเหตุนี้เองตึกธนาคารกรุงเทพชั้น 3 ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ ผ่อนใจคลายเครียดขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรในด้านการสร้างเสริมสุขภาพ   และรณรงค์ให้หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากกว่าการรักษาเพื่อให้บุคลากรได้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง จะได้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์   เพื่อให้บุคลากรได้มีโอกาสผ่อนคลายความเครียดและได้มีสุขภาพกายและจิตดี

การดำเนินโครงการ

ขั้นเตรียมการ
1 จัดให้ความรู้เรื่องการหายใจเพื่อผ่อนคลายความเครียด
2. ฝึกปฏิบัติการหายใจเพื่อผ่อนคลายความเครียด


ขั้นดำเนินงาน
1. ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานทุกคนทราบ
2. ปฏิบัติกิจกรรมการหายใจเพื่อผ่อนคลายความเครียดทุกวันเวลา 08.00 น (หลัง Pre-conference) บริเวณเคาเตอร์พยาบาล


ขั้นการประเมินผล
ให้บุคลากรทำแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจ


ผลการดำเนินงาน
อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

โครงการ “ผ่อนใจคลายเครียด
ประเภทของโครงการ/กิจกรรม 
    (     ) การสร้างเสริมสุขภาพของผู้ป่วย
    (     ) การสร้างเสริมสุขภาพของประขาขนทั่วไป
    ( ✓ ) การสร้างเสริมสุขภาพของบุคลากรภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ผู้นำเสนอผลงานหลัก นางสาวภาสิกา กิมหงษ์  หน่วยงาน ธนาคารกรุงเทพชั้น 3
โทร 4123   เบอร์มือถือ  08-9200-8265
เริ่มนำโครงการมาใช้ตั้งแต่  15 มีนาคม 2553

โครงการผ่อนใจคลายเครียด
ตึกธนาคารกรุงเทพชั้น 3

หลักการและเหตุผล
    สังคมปัจจุบันเป็นสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยความชลมุวุ่นวาย ในชีวิตประจำวันจึงมีแต่ความสับสน เร่งรีบ ส่งผลทำให้เกิดความเครียด แต่ในความสามารถของบุคคลที่จะจัดการความเครียดนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะความสามารถขึ้นอยู่กับการพัฒนาตนเองเพื่อปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ ความเครียดของบุคคลจึงยังมีให้พบอยู่ได้ในชีวิตประจำวัน การฝึกสมาธิโดยการฝึกหายใจ โดยเฉพาะการหายใจอย่างช้าๆ จึงเป็นเทคนิคการเชื่อมทางด้านร่างกายและจิตใจให้เข้าหากัน ทำให้เกิดกระบวน การจัดระบบการทำงานของระบบประสาทและสมองส่วนต่างๆ ทำให้เกิดสมาธิ  ดังนั้นการฝึกสมาธิโดยการหายใจช้าจึงเป็นเทคนิคหนึ่งซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความเครียด เนื่องจากจะทำให้มีสติ เกิดปัญญา และเมื่อปฏิบัติเป็นประจำจะส่งผลทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี
ด้วยเหตุนี้เองตึกธนาคารกรุงเทพชั้น 3 ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ ผ่อนใจคลายเครียดขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรในด้านการสร้างเสริมสุขภาพ   และรณรงค์ให้หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากกว่าการรักษาเพื่อให้บุคลากรได้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง จะได้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์   เพื่อให้
1.บุคลากรได้มีโอกาสผ่อนคลายความเครียดและได้มีสุขภาพกายและจิตดี
2. บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีความสุขและจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการทำงาน
3. สอดคล้องกับนโยบายสร้างเสริมสุขภาพเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา   

กลุ่มเป้าหมาย   บุคลากรทางการพยาบาล ทุกระดับของตึกธนาคารกรุงเทพชั้น 3

ระยะเวลา            
เวลา 08.00 น (หลังPre-conference) ตั้งแต่ 15 มีนาคม พ.ศ.2553 – ตลอดไป

สถานที่                 ตึกธนาคารกรุงเทพชั้น 3 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์   

ผู้เสนอโครงการ            นางสาวภาสิกา    กิมหงษ์


ผู้รับผิดชอบโครงการ   
1.  นางสุภาพันรัตน์    คำหอม        หัวหน้าหอผู้ป่วย
2.  นางสาวภาสิกา    กิมหงษ์        พยาบาลระดับ 6
3.  นางสมพร        ขาวขำ        เจ้าหน้าที่พยาบาลระดับ 4

ที่ปรึกษาโครงการ
1. นางสาวพัชรี        เพ็ชรมาลี    ผู้ตรวจการพยาบาล
2. นางเพ็ญศรี        ตีรถะ        ผู้ตรวจการพยาบาล

งบประมาณ  ตึกธนาคารกรุงเทพชั้น 3
     
วิธีดำเนินการ
1. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการ
2. จัดทำโครงการและนำเสนอต่อฝ่ายการพยาบาล
3. ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานทุกคนทราบ
4. ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มีรายละเอียดดังนี้
- จัดให้ความรู้เรื่องการหายใจเพื่อผ่อนคลายความเครียด
- ฝึกปฏิบัติการหายใจเพื่อผ่อนคลายความเครียด
5. ให้บุคลากรปฏิบัติกิจกรรมการหายใจเพื่อผ่อนคลายความเครียดทุกวันตามเวลาที่กำหนด
       
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. บุคลากรได้รับการผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดในการทำงาน
2. เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีความสุขและจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการทำงาน
ที่ดีขึ้น ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต
3. ช่วยให้บุคลากรมีสมาธิในการทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังได้มีโอกาสนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้เกิดประโยชนต่อครอบครัวและชุมชน
4. เป็นผู้นำในการสร้างเสริมสุขภาพให้บุคคลอื่นได้  

การประเมินผล
1. อัตราความพึงพอใจของบุคลากร



ดาวโหลดเอกสารโครงการ


[<] กลับ